แนะนำทริคการทำสวนที่ประยุกต์มาจาก “เกษตรทฤษฎีใหม่” ที่คุณห้ามพลาด!!

แนะนำทริคการทำสวนที่ประยุกต์มาจาก "เกษตรทฤษฎีใหม่" ที่คุณห้ามพลาด!!

แนะนำทริคการทำสวนที่ประยุกต์มาจาก “เกษตรทฤษฎีใหม่” ที่คุณห้ามพลาด!!

ระบบเกษตรผสมผสาน เป็นระบบการเกษตรที่มีการเพาะปลูกพืชหรือการเลี้ยงสัตว์ต่าง ๆ ชนิดอยู่ในพื้นที่เดียวกันภายใต้การเกื้อกูล ประโยชน์ต่อกันและกันอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยอาศัยหลักการอยู่รวมกันระหว่างพืช สัตว์ และสิ่งแวดล้อม การอยู่รวมกัน อาจจะอยู่ในรูปความสัมพันธ์ระหว่างพืชกับพืช พืชกับสัตว์ หรือสัตว์กับสัตว์ก็ได้ ดังนั้น วันนี้เราจึงจะพาเพื่อน ๆ ไปรู้จักกับทริคการทำสวนแบบพอเพียงที่ประยุกต์มาจาก “เกษตรทฤษฎีใหม่” ไปดูกันเลยค่ะ

แนะนำทริคการทำสวนที่ประยุกต์มาจาก "เกษตรทฤษฎีใหม่" ที่คุณห้ามพลาด!!

แบ่งพื้นที่ในสวนให้เหมาะสมและคุ้มค่า

          ก่อนอื่นเราต้องสำรวจพื้นที่ในสวนให้ถี่ถ้วนด้วยการ ตรวจสภาพดิน ทิศทางแสงแดด และลม จากนั้นก็เริ่มแบ่งพื้นที่ในสวนตามเกษตรทฤษฎีใหม่จากสูตร 30:30:30:10 ให้ง่ายและเหมาะสมกับพื้นที่ ของเราเอง โดยปรับเป็น โซนแปลงผักสวนครัว โซนสมุนไพร โรงเรือนเห็ด ฟาร์มสัตว์เล็ก ๆ (เล้าไก่หรือฟาร์มไส้เดือนไซส์มินิ) และบ่อน้ำหลัก แต่ถ้าหากพื้นที่คับแคบเกินไปก็ไม่จำเป็น จะต้องแบ่งตามนี้ทุกประการ เลือกเฉพาะโซน ที่เหมาะสมกับบ้านเราเท่านั้นก็ได้ค่ะ

แนะนำทริคการทำสวนที่ประยุกต์มาจาก "เกษตรทฤษฎีใหม่" ที่คุณห้ามพลาด!!

DIY ระบบน้ำฉบับบ้าน ๆ ของคนรักสวน

          จากแนวคิดระบบ การจัดการน้ำ ของในหลวง รัชกาลที่ 9 ทำให้เราได้เรียนรู้เรื่องน้ำมากขึ้น และสามารถนำไป ปรับใช้ในสวน ได้อย่างเหมาะสม ด้วยการขุดบ่อน้ำหลักเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในสวน และต่อท่อไปยังแปลงปลูก ทั้งหมดที่มี หรืออาจจะส่งตรงไปยังพืชที่ต้องการน้ำมาก อย่างเดียวก็ได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังสามารถเลี้ยงปลา ไว้เป็นอาหาร หรือปลูกพืชน้ำ อย่างผักกระเฉด ในบ่อได้อีกด้วย

แนะนำทริคการทำสวนที่ประยุกต์มาจาก "เกษตรทฤษฎีใหม่" ที่คุณห้ามพลาด!!

ปรับดินให้มีคุณภาพด้วยการรับแสงแดดไม่ต้องฟุ่มเฟือยเพื่อบำรุงใหม่

          หากพบว่าสภาพดินในสวนไม่เอื้ออำนวย ให้ปลูกพืชเท่าไร แนะนำให้พรวนดินและเปิดหน้าดินรับแสงแดดโดยตรง เพราะแสงแดด จะช่วยปรับสภาพดิน ให้มีสารอาหาร ที่เหมาะสมกับพืช หรือจะทำการผสมดิน ในขั้นตอน ไปพร้อม ๆ กันเลยก็ได้ค่ะ

เลือกใช้กระถางที่ช่วยประหยัดน้ำและลดโลกร้อน

          วัสดุของกระถางต้นไม้ ก็มีส่วนช่วย ในการจัดสวน แบบพอเพียง ได้เหมือนกัน เช่น กระถาง ที่ทำจากโลหะ หรือสังกะสี จะดูดซับ ความร้อนจากแสงแดด เข้ามามาก ทำให้ดินขาดความชุ่มชื้น เพราะน้ำ จะระเหยออกไป จนหมด และทำให้เราต้องรดน้ำ บ่อยขึ้น ดังนั้นควรจะเปลี่ยน มาใช้กระถาง ที่สามารถกักเก็บ ความชื้น หรืออุ้มน้ำได้นาน ๆ แทน เช่น กระถางดิน ส่วนอีกหนึ่งวิธี ก็คือการนำภาชนะเหลือใช้ ในครัวเรือนมา DIY ใหม่ เช่น นำตะกร้าหรือขวดน้ำพลาสติก มาใช้ในการปลูกต้นไม้ ก็จะช่วยลดขยะ ไม่สร้างสภาวะโลกร้อนได้อีกทาง

ผสมปุ๋ยอินทรีย์ไม่มีสารเคมีเข้ามาเกี่ยวข้อง

เมินหน้าใส่ปุ๋ยเคมี แล้วหันมาลงมือ ผสมปุ๋ยอินทรีย์ ใช้เอง กันดีกว่า ทั้งปลอดภัยไร้สารพิษและยังเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายไปในตัว ขอบอกก่อนเลยว่าปุ๋ยอินทรีย์นั้นมีอยู่ด้วยกัน 3 ชนิดคือ ปุ๋ยหมักจากซากพืชซากสัตว์ ปุ๋ยคอกจากมูลสัตว์ และปุ๋ยพืชสดจากพืชหน้าดินที่ย่อยสลาย แต่ในเมื่อสวนของเราเป็นฉบับครัวเรือน อาจจะทำตามทริคง่าย ๆ เหล่านี้

          – ปุ๋ยน้ำหมัก

นำมูลสัตว์ 1 ส่วนมาผสมกับใบไม้แห้ง แกลบ ฟาง หรือหญ้าแห้งแค่ 1 ส่วน รำ 1 ส่วนให้เข้ากันและพักไว้ หันมาผสมกากน้ำตาล 40 ซี.ซี. กับน้ำเปล่า 10 ลิตร และจุลินทรีย์อีก 40 ซี.ซี. ให้เข้ากัน จากนั้นนำไปราดและคลุกเคล้ากับส่วนผสมแรกให้ได้เนื้อที่พอดีไม่เหลวและไม่แห้งจนเกินไป วางปุ๋ยให้เป็นกองเพื่อหมักทิ้งไว้อีกสักสัปดาห์ครึ่งก็เป็นอันใช้ได้

ความชุ่มชื้นของดินคือสิ่งที่ต้องรักษา

          อีกหนึ่งวิธีการทำสวนให้พอเพียงนั้นก็คือการรักษาความชุ่มชื้นของดินเอาไว้ หากเราปล่อยปละละเลยเรื่องเล็ก ๆ อย่างนี้ไปรับรองว่าคุณต้องนอนก่ายหน้าผากบนกองบิลค่าน้ำเป็นแน่ มาเริ่มกันที่วิธีแรกด้วยการรองใต้กระถางด้านในด้วยกระดาษทิชชู แพมเพิร์สชิ้นใหม่ หรือเสื้อถักไหมพรมตัวเก่าเอามาคลุมหน้าดินด้วยแกลบและปลูกหญ้าแฝกไว้รอบ ๆ สวน วิธีทั้งหมดนี้จะช่วยกักเก็บน้ำไว้ในดินได้อย่างเหมาะสมและส่งผลให้พืชพรรณเจริญเติบโตออกดอกออกผลอย่างสวยงาม

ปลูกผักสวนครัวตามฤดูกาลให้มีกินตลอดทั้งปี

          สภาพอากาศตามฤดูกาลคือปัจจัยหลักที่ทำให้สวนอุดมสมบูรณ์พร้อมใช้งาน ดังนั้นเราจึงควรหันมาปลูกพืชให้ตรงกับฤดูกาลเพื่อให้มีกินมีใช้ได้ตลอดทั้งปีกันดีกว่าค่ะ เช่น ฤดูร้อนควรปลูกมะระ, บวบ, ผักชี, น้ำเต้า, ผักกาดหอม, ข้าวโพดหวาน หรือถั่วฝักยาว ฤดูฝน (ช่วงต้น) ให้ปลูกกวางตุ้ง, พริก, ผักกาดหอม, บวบ, ผักบุ้ง, มะเขือ, แตงกวา หรือกระเจี๊ยบเขียว ฤดูฝน (ช่วงปลาย) ควรปลูกมะเขือเทศ, ขึ้นฉ่าย, แครอท, พริกหยวก, กะหล่ำปลี, ถั่วลันเตา หรือหอมใหญ่ ฤดูหนาวควรปลูกมะเขือเทศ, หอมใหญ่, ผักกาดขาว, ถั่วพู, ขึ้นฉ่าย, ผักชี, ตั้งโอ๋ หรือบรอกโคลี

ประเภทของพืชหลัก ๆ ที่ควรปลูกเอาไว้ในสวน

          เมื่อแบ่งพื้นที่ในสวนได้ตามที่ต้องการแล้วก็ควรจะเลือกพืชมาปลูกให้เหมาะสมตามประเภทหลัก ๆ ที่ควรจะมีไว้ใช้ประโยชน์ในบ้านดังนี้ พืชผัก-ผลไม้แบบยืนต้นอย่าง มะม่วง กล้วย มะละกอ มะรุม และขนุน พืชผักและไม้ล้มลุกอย่าง ถั่วฝักยาว มันเทศ มะเขือ มะลิ และซ่อนกลิ่น พืชสมุนไพร เช่น พริกไทย หญ้าแฝก กะเพรา สะระแหน่ โหระพา ตะไคร้ บัวบก และพลู เห็ดชนิดต่าง ๆ ที่ชื่นชอบ

แบ่งปันผลผลิตให้กับเพื่อนบ้านสร้างรากฐานความสัมพันธ์

การปรับใช้ “เกษตรทฤษฎีใหม่” สำหรับสวนแบบพอเพียงในข้อสุดท้ายก็คือ การแบ่งปันและแลกเปลี่ยนผลผลิตกับเพื่อนบ้านและญาติพี่น้อง ซึ่งจะทำให้เราได้บริโภคผลผลิตที่แตกต่างออกไปจากเดิม ไม่จำเจอยู่กับพืชผลที่มีอยู่ แถมยังเป็นการรักษาความสัมพันธ์ของเพื่อนบ้านให้แน่นแฟ้นได้ ซึ่งเท่ากับว่าเป็นการสร้างรากฐานหมู่บ้านให้มั่นคงได้อีกด้วย

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับทริคดี ๆ ในการทำสวนที่ประยุกต์มาจาก “เกษตรทฤษฎีใหม่” ที่เราได้นำมาให้เพื่อน ๆ ได้รู้จักกัน ด้วยสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน การใช้ชีวิตแบบพอเพียงน่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด และเชื่อว่าหากเราทำได้ ชีวิตของเราจะมีความสุขมาก ๆ เลยล่ะค่ะ

พาไปรู้จักกับ “ชา” 5 ชนิด ที่ได้รับความนิยมที่สุดโลก หนึ่งในเครื่องดื่มที่ครองใจคนทั่วโลกตลอดกาลคงหนีไม่พ้น “ชา” เพราะด้วยความที่มันมีรสชาติกลมกล่อม กลิ่นหอมชวนผ่อนคลาย และยังมีคุณประโยชน์ช่วยบำรุงร่างกายมากมาย

อ่านบทความน่าสนใจเพิ่มเติม : แนะนำ 5 แอปพลิเคชัน ที่นักศึกษาไม่ควรพลาด!!